สหรัฐเคลียร์ใจตุรกี ให้คำมั่นร่วมต้านกองกำลังพีเคเค

รัฐบาลวอชิงตันพยายามบรรเทาความตึงเครียดครั้งใหม่กับรัฐบาลอังการา หลังประธานาธิบดีตุรกีกล่าวหาสหรัฐ “เข้าข้าง” กองกำลังของพรรคคนงานเคอร์ดิสถาน ซึ่งสังหารชาวตุรกี 13 คน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอังการา ประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 17 ก.พ.ว่าประธานาธิบดีเรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน กล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ว่าตุรกีอยู่ระหว่างเตรียมการขยายขอบเขตปฏิบัติการทางทหาร “เพื่อจัดการ” กับกองกำลังติดอาวุธชาวเคิร์ดในภาคเหนือของอิรัก
 
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้น หลังรัฐบาลอังการากล่าวหากองกำลังของพรรคคนงานเคอร์ดิสถาน ( พีเคเค ) สังหารพลเมืองตุรกี 13 คน มีทั้งทหาร ตำรวจ และพลเรือน โดยการพบร่างผู้เสียชีวิตเกิดขึ้นขณะที่กองทัพตุรกีปฏิบัติการด้านความมั่นคง เพื่อช่วยเหลือตัวประกันกลุ่มนี้ ซึ่งถูกลักพาตัวออกไปจากตุรกี ระหว่างปี 2558 ถึง 2559 แล้วพีเคเคนำตัวไปกักขังรวมกัน ภายในถ้ำแห่งหนึ่ง ที่ภูมิภาคการา ทางตอนเหนือของอิรัก และใกล้กับชายแดนตุรกี เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมา อนึ่ง พีเคเคสู้รบแบบกองโจรกับกองทัพตุรกีมานานกว่า 40 ปี เพื่อแบ่งแยกดินแดนบางส่วนทางตอนใต้ของตุรกี

ขณะเดียวกัน เออร์โดกันยังกล่าวถึง “ความสนับสนุนอย่างเปิดเผย” ของรัฐบาลวอชิงตันหลายยุคหลายสมัย ที่มีต่อการเคลื่อนไหวของพีเคเค และเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐชุดปัจจุบันของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประณามพีเคเค “อย่างเป็นทางการ” โดยทิ้งท้ายเป็นนัยว่า “หากยังคงให้ความสำคัญ” กับการเป็นพันธมิตรร่วมองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ ( นาโต )
 
ต่อมา นายเน็ด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า นายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ สนทนาทางโทรศัพท์กับนายเมฟลุต คาวูโซกลู รมว.การต่างประเทศของตุรกี เพื่อสานต่อความร่วมมือทางทหารในฐานะสมาชิกของนาโต
 
ทั้งนี้ บลิงเคน “แสดงความเสียใจอย่างสูงสุด” ต่อการเสียชีวิตของพลเมืองตุรกีทั้ง 13 คน และยืนยันว่า “กลุ่มก่อการร้ายพีเคเคต้องรับผิดชอบต่อเรื่องนี้”  พร้อมทั้งยืนยันด้วยว่า ปฏิบัติการด้านความมั่นคงต่อกลุ่มก่อการร้ายคือผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างสหรัฐกับตุรกี แต่ทิ้งท้ายด้วยว่า รัฐบาลอังการาควรยกเลิกความร่วมมือด้านระบบป้องกันทางอากาศ “เอส-400” กับรัสเซีย

ด้านรัฐบาลอังการาให้ข้อมูลเพียงว่า คาวูโซกลู “ไม่สบายใจ” กับความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลวอชิงตันกับพีเคเค และก่อนพูดคุยกับบลิงเคน ได้เชิญนายเดวิด แซตเทอร์ฟิลด์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงอังการา เข้าพบที่กระทรวงการต่างประเทศด้วย

Posted in new