ยูเครนอ้างปูตินไม่ยอมคุยด้วย เพื่อลดความตึงเครียดทางทหาร

บรรยากาศตามแนวชายแดนทางตะวันออกของยูเครนที่ติดกับรัสเซียยังคงอึมครึมอย่างหนัก ขณะที่รัฐบาลในกรุงเคียฟกล่าวว่า ประธานาธิบดีรัสเซียปฏิเสธสนทนากับผู้นำยูเครนในเรื่องนี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 13 เม.ย.ว่า น.ส.ลูเลีย เมนเดล โฆษกทำเนียบรัฐบาลยูเครน กล่าวเมื่อวันจันทร์ ว่าประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี พยายามประสานงานไปยังทำเนียบเครมลิน ที่กรุงมอสโก เพื่อขอหารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย เกี่ยวกับสถานการณ์ตามแนวชายแดนทางตะวันออกของยูเครนซึ่งติดกับภาคตะวันตกของรัสเซีย และรัฐบาลมอสโกเสริมกำลังพลในแดนหน้าของตัวเองจนหนาตามากขึ้นอย่างชัดเจน ตั้งแต่ต้นเดือนนี้

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเคียฟยังไม่ได้รับการตอบสนองจากรัสเซียในเรื่องนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การที่อีกฝ่ายยังไม่แสดงท่าที “จะไม่ใช่การปฏิเสธ” ขณะที่นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวว่า จนถึงขณะที่รัฐบาลมอสโกยังไม่ได้รับการประสานงานในทางใดจากยูเครน เกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาคดอนบาสส์  หมายถึงภาคตะวันออกของยูเครน
 
เมื่อมีการซักถามต่อไปว่า แล้วปูตินยินดีสนทนาทางโทรศัพท์กับเซเลนสกีหรือไม่ โฆษกทำเนียบเครมลินกล่าวว่า รัสเซียคาดหวังในระดับสูง ต่อการที่ยูเครน “จะมีความฉลาดเฉลียวทางการเมือง” เพียงพอ เมื่อสถานการณ์มาถึงจุดที่ต้องลดระดับความตึงเครียด เพื่อไม่ให้สถานการณ์ลุกลามบานปลายเป็นสงคราม
 
ขณะที่นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.การต่างประเทศรัสเซีย กล่าวว่า ตะวันตกพากันตั้งคำถามมากขึ้นอีกครั้ง ว่ากองทัพรัสเซีย “ไปทำอะไรแถวนั้น” คำตอบก็คือ “เพราะคนรัสเซียอาศัยอยู่ที่นั่น ภายในอาณาเขตที่อยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของรัฐบาลมอสโก” และคำถามนี้ควรถามกับสหรัฐมากกว่า ว่า “ส่งทหารมากมายเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาแถวนี้ทำไม”

ด้านนายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ กล่าวถึงสถานการณ์ตามแนวพรมแดนยูเครนที่ติดกับรัสเซีย ว่ารัฐบาลมอสโก “ต้องรับผิดชอบ” กับความรุนแรงที่มีแนวโน้มเกิดขึ้น และเรียกร้องให้รัสเซีย “อธิบาย” ว่าเพราะเหตุใดต้องเดินหน้าเสริมกำลังพลพร้อมยุทโธปกรณ์ในบริเวณนั้น

Posted in new